ใคร ๆ ก็รู้จัก เจมส์บอนด์ 007 casino royale แล้วภาคอื่น ๆ ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง

รวม 10 อันดับ หนังสายลับเจมส์บอนด์ 007 casino royale  ไม่ใช่ภาคดังภาคเดียวแน่นอน นี่คือที่สุดแห่งอันดับหนังสายลับเจมส์บอนด์ ที่ทำเงินติดอันดับ 10 ภาค จากหลายสิบภาค มีอะไรบ้าง

นอกจากเจมส์บอนด์ 007 casino royale นี่คือเจมส์บอนด์ 10 ตัว TOP ที่ทำเงินสูงสุด มีภาคไหนบ้าง ?

เจมส์บอนด์ 007 casino royale เป็นหนังแอ็กชันสายลับที่ มีฉาก การเดิมพัน ฉากในคาสิโน และแทบทุกภาค จะมีฉากแข่งขันเกมคาสิโนอยู่ในเรื่องตลอด วันนี้มานำเสนอ 10 อันดับหนังสายลับ James Bond ที่โกยรายได้สูงสุดตลอดกาล ความสำเร็จของหนังสายลับ เจมส์ บอนด์ อยู่สร้างความบันเทิงตั้งแต่เข้าฉายครั้งแรกในปี 1962 และในจำนวน 24 ภาคที่เข้าฉายจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ละเรื่องล้วนทำรายได้มากน้อยต่างกันไป และเพื่อเป็นการต้อนรับหนังภาค 25 อย่าง No Time to Die ที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเรา มาย้อนดู 10 อันดับหนังสายลับ 007 ที่ทำเงินสูงสุดกันเป็นการอุ่นเครื่องสักหน่อย โดยเรารวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ Box Office Mojo ซึ่งวัดจากรายได้รวมในสหรัฐอเมริกา ไปดูกันเลยว่าภาคไหนของหนังเจมส์ บอนด์ที่ทำรายได้ดีที่สุด

อันดับ 10 Moonraker (1979)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 210 ล้านเหรียญสหรัฐ  การต่อสู้บนพื้นดินคงจะดูธรรมดาเกินไป สายลับของเราถึงได้พัฒนาฝีมือไปปราบวายร้ายบนกระสวยอวกาศ โดยภารกิจหลักของเขาคือการหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลก ส่วนพระเอกที่สวมบทสายลับ 007 ได้แก่ โรเจอร์ มัวร์

เจมส์บอนด์ 007 casino

อันดับ 9 Tomorrow Never Dies (1997)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 339 ล้านเหรียญสหรัฐ  การพิสูจน์ฝีมือครั้งที่ 2 ของพระเอก เพียซ บรอสแมน ที่ต้องหยุดยั้งแผนการของเจ้าพ่อสื่อที่ยั่วยุให้เกิดสงครามระหว่างอังกฤษ และจีน ผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองสามารถครอบครองสื่อทั่วโลกไว้ในกำมือ

Tomorrow Never Dies

อันดับ 8 Goldeneye (1995)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 356 ล้านเหรียญสหรัฐ  ภาคแรกในการรับบท เจมส์ บอนด์ ของ เพียร์ซ บรอสแมน กับเรื่องราวเมื่อเจ้าหน้าที่ MI6 กลับกลายเป็นอาชญากร และวางแผนทำลายโลกด้วยอาวุธทรงอานุภาพจากอวกาศ บอนด์ ต้องขอความช่วยเหลือจากอดีตพันธมิตรใน คิวบา มอนติ คาร์โล สวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้แต่รัสเซีย พร้อมผจญกับ สาวงามสุดอันตรายที่พร้อมทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ดื่มด่ำกับพ่อสายลับเจ้าเสน่ห์ของเรา

Goldeneye

อันดับ 7 The World Is Not Enough (1999)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 361 ล้านเหรียญสหรัฐ  ภาคที่ 2 ของการรับบท เจมส์ บอนด์ โดย เพียซ บรอสแมน ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าพ่อบ่อน้ำมันถูกสังหาร เจมส์ บอนด์ จึงถูกส่งไปคุ้มครอง อเล็กตร้า ผู้เป็นลูกสาวให้พ้นจากผู้ก่อการร้ายระดับชาติที่วางแผนจะทำลายท่อส่งก๊าซ โดยมี ดร.คริสต์มาส โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุธนิวเคลียร์อยู่เคียงข้าง ทำให้บอนด์ต้องเดินทางไปยังทะเลสาบแคสเปียน และกรุงอิสตันบูล ซึ่งทำให้เขาพบกับศัตรูคนก่อนที่บัดนี้กลายเป็นพันธมิตรกับเขา ซึ่งในขณะเดียวกัน เอ็ม เจ้านายของเขาก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

The World Is Not Enough

อันดับ 6 Die Another Day (2002)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 431 ล้านเหรียญสหรัฐ  หลายคนยังจำกันได้สำหรับ Die Another Day ที่นำแสดงโดย เพียซ บรอสแมน ในภาคนี้สายลับ 007 ต้องหาความเชื่อมโยงระหว่างผู้ก่อการร้ายเกาหลีเหนือ ที่มีต่อพ่อค้าเพชรผู้สนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธอวกาศนานาชาติ

Die Another Day

อันดับ 5 No Time to Die (2021)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 454 ล้านเหรียญสหรัฐ   ภาคล่าสุด และเป็นภาคสุดท้ายในการรับบท เจมส์ บอนด์ ของ แดเนียล เคร็ก ใน No Time To Die บอกเล่าเรื่องราวเมื่อ เจมส์ บอนด์ กำลังสนุกไปกับชีวิตอันเงียบสงบในจาไมก้า แต่ช่วงเวลาพักผ่อนนั้นก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เพราะ เฟลิกซ์ เลเทอร์ เพื่อนเก่าจากซีไอเอ มาขอให้เขาช่วยทำงาน เป้าหมายคือช่วยชีวิตนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไป ซึ่งเหตุการณ์นี้ดูเลวร้ายกว่าที่คิดไว้ บอนด์ต้องเข้าไปเผชิญกับศัตรูลึกลับที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สุดอันตรายเป็นอาวุธ

No Time to Die

อันดับ 4 Quantum of Solace (2008)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 591 ล้านเหรียญสหรัฐ  หนังเล่าเรื่องราวต่อจากภาค Casino Royale หลังจาก เจมส์ บอนด์ ถูก เวสเปอร์ หญิงสาวคนรักหักหลัง เขากำลังสับสนว่าจะเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับภารกิจล่าสุดของเขา เขาพยายามทำทุกทางเพื่อค้นหา และเปิดเผยความจริง บอนด์ และเอ็ม ทั้งคู่ได้สอบสวน มิสเตอร์ไวท์ ผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรแบล็คเมล์เวสเปอร์ที่อันตรายมากกว่าที่หลาย ๆ คนคาดคิด

Quantum of Solace

อันดับ 3 Casino Royale (2006)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 594 ล้านเหรียญสหรัฐ  เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวอย่างสวยงามสำหรับ แดเนียล เคร็ก กับการรับบทบาท เจมส์ บอนด์ เป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งภารกิจครั้งนี้ของสายลับ 007 คือภารกิจเสี่ยงตายในบ่อนคาสิโนรอยัล ที่เขาต้องถอนรากถอนโคนกลุ่มผู้ก่อการร้ายให้สิ้นซากนั่นเอง

Casino Royale

อันดับ 2 Spectre (2015)

ทำรายได้รวมทั่วโลก 879 ล้านเหรียญสหรัฐ  หนังภาคล่าสุดของมหากาพย์สายลับ 007 ที่ทำรายได้มาเป็นอันดับ 2 ภายใต้การแสดงอันน่าทึ่งของพระเอก แดเนียล เคร็ก กับเรื่องราวหลังจากที่บอนด์ ได้รับข้อความปริศนาจากอดีตคนในองค์กร เขาจึงจำเป็นที่จะต้องตามล่าหาความจริง จนได้ค้นพบกับองค์กรลับสุดร้าย ในระหว่างที่ เอ็ม ต้องปกป้ององค์กรสายลับ และตัวของบอนด์ จากปัญหาทางการเมือง บอนด์ จึงต้องเข้าไปค้นหาความจริง และทำให้เขาได้พบกับความชั่วร้ายภายใต้องค์กร SPECTRE

Spectre

อันดับ 1 Skyfall (2012)

มาถึงอันอับ 1 แล้ว ก็เป็นของ Skyfall ที่ทำรายได้รวมทั่วโลก 1,110 ล้านเหรียญสหรัฐ  หนังภาคที่ 3 ของ แดเนียล เคร็ก ในบทบาท เจมส์ บอนด์ กับภารกิจครั้งใหม่ที่ต้องพบกับบททดสอบความซื่อสัตย์ในจิตใจของตัวเอง

Skyfall

หนังเจมส์บอนด์ 007 casino Royale ไม่ใช่ที่สุดของ เจมส์บอนด์ ที่คุณนั้นเคยรู้ ต้องลองไล่หาภาคเก่า ๆ เหล่านี้มาไล่ดูจะพบความสนุกตื่นเต้น และเข้าใจทันทีว่า ทำไม แต่ละภาค ถึงเป็นที่นิยม และทำต่อเนื่องออกมาอย่างต่อเนื่องมากมาย บางภาคก็มีฉากถ่ายทำที่ประเทศไทย และมีนักแสดงไทยร่วมฉากอีกด้วย และหากเมื่อใดที่ต้องการผ่อนคลายด้วยการเล่นเดิมพัน สมัครกับเรา เว็บเดิมพันชั้นนำ ที่ระบบดีที่สุดสมัครง่าย ได้เครดิตฟรีเพิ่มไปอีก 50% ทั้งยังเข้าเล่นได้ทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย สนใจเดิมพัน สมัครได้เลยที่ : สล็อตออนไลน์