9 นิสัยการเงิน สล็อต เครดิตฟรี ไม่มี เงื่อนไข

อุปนิสัยการเงิน 9 อย่าง เลิกแล้วรวย สล็อต เครดิตฟรี ไม่มี เงื่อนไข นิสัยไหนบ้างที่เลิกแล้วรวย นิสัยไหนควรตัดทิ้ง ปรับเปลี่ยนนิสัยแล้วรวย ปรับเปลี่ยนนิสัยแล้วดีขึ้น

อุปนิสัยการเงิน 9 ชนิด เลิกแล้วรวย สล็อต เครดิตฟรี ไม่มี เงื่อนไข 

มีอุปนิสัย 9 อย่างการเงินที่แย่เลิกแล้วรวย นำเสนอโดย Sorelle Amore นักธุรกิจหญิงชาวออสซี่ เธอเป็น Artist indy จากเกาะไอซ์แลนด์ เป็นยูทูปเบอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน และยังมีผู้ติดตามบน Instagram อีกกว่า 5 แสนคน เธอได้กลายเป็น millionaire หรือเศรษฐีเงินล้านได้ในวัย 31 ปี โดยการใช้สื่อออนไลน์ในการทำธุรกิจเป็นหลัก สล็อต เครดิตฟรี ไม่มี เงื่อนไข โดยเธอเปิดคลาสสอนศิลปะบนโลกออนไลน์จนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน และนี่ก็คือ 9 บทเรียนที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของการเงินที่เธอนั้นผ่านมาและต้องการพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน 

อุปนิสัยที่ 1 ชินกับการเป็นหนี้  

สมัยนี้ดูเหมือนว่าใคร ๆ ก็สามารถทำบัตรเครดิตได้ สามารถผ่อนจ่ายได้สามารถกู้ยืมได้ หลากหลายช่องทาง ใช้ก่อนจ่ายทีหลังไม่ว่าจะซื้อเสื้อผ้าอาหารของใช้ต่าง ๆ หรือนำมาใช้ในการเดิมพัน เล่น สล็อต เครดิตฟรี ไม่มี เงื่อนไข สำหรับ Sorelle นั้น เธอบอกว่าถ้าเราไม่สามารถจ่ายสิ่งนั้นไหว เราก็ไม่ควรซื้อมัน เธอเล่าว่าสมัยตอนที่เธอยังทำงานเป็นพนักงานอยู่ในบาร์ เธอมีรายได้ที่ไม่มากนัก ดังนั้นเธอจะไม่ซื้ออะไรก็ตามที่เธอจ่ายด้วยเงินสดไม่ไหว และแม้กระทั่งในปัจจุบันเธอก็ยังคงใช้นิสัยนั้นอยู่ แม้ว่าเธอจะมีรายได้ที่มากขึ้นแต่อะไรก็ตามที่เธอจ่ายเงินสดไม่ไหว เธอก็จะไม่ซื้อมันนั่นมันทำให้ตัวของเธอนั้น ไม่มีหนี้สินติดตัวเลย แถมยังส่งผลให้ในปัจจุบัน บริษัทส่วนตัวของเธอยังมีทรัพย์สินในครอบครองที่เป็นอสังหาริมทรัพย์อีกกว่า 3 รายการ ส่วนสำหรับหนี้ที่พอยอมรับได้เธอก็บอกว่า ก็พอมีอยู่เหมือนกันเช่น หนี้สินที่เกิดจากค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายไม่งั้นป่วยก็ทำงานไม่ได้ หรือหนี้สินจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่เรียกว่าเป็นหนี้ดีใช้เพื่อการลงทุน และหนี้อย่างที่ 3 หนี้จากการศึกษาเพราะเราต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแต่ละคนนั้นก็ควรที่จะมีการจัดการหนี้สินของตนเอง ซึ่งบางคนก็ชอบใช้หนี้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ วางเงินดาวน์แล้วก็ใช้เงินกู้จากแบงค์ ส่วนตัวเธอมองว่ามันมีความเสี่ยงสูง หากคนคนนั้นจัดการกับหนี้สินได้ไม่ดีพอ และคำแนะนำส่วนตัวของเธอก็คือคุณควรชำระหนี้สินให้หมดให้เร็วที่สุด

อุปนิสัยที่ 2 ไม่ยอมจ่ายให้ตัวเองก่อน  

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่มักทำผิดพลาดซึ่งเธอได้ข้อคิดนี้มาจากหนังสือที่ชื่อว่า The richest Man in Babylon ซึ่งมีอยู่ข้อนึงบอกเอาไว้ว่าเวลาที่เรามีรายได้เข้ามานั้น เราจำเป็นที่จะต้องจ่ายให้ตนเองก่อนเลยทันทีขั้นต่ำสุดเริ่มต้นที่ 10% ทุกครั้งเพื่อเก็บเอาไว้ในบัญชีออมทรัพย์ท่านที่ที่มีรายได้เข้ามาเหตุผลที่จะต้องทำแบบนั้นก็เป็นเพราะ เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าตัวเรานั้นสมควรได้รับเงินก้อนนี้ ก็เหมือนกับประโยคตอนที่นั่งบนเครื่องบินมักจะพูดกันว่า หากมีหน้ากากออกซิเจนหล่นลงมาให้เราใส่หน้ากากให้ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกแล้วค่อยช่วยใส่ให้ผู้อื่น นั่นหมายถึงว่าเราควรช่วยเหลือตัวเองโดยการจ่ายให้ตนเองก่อนแล้วค่อยช่วยเหลือผู้อื่น โดยการนำเงินไปจับจ่ายใช้สอยซื้อของให้ผู้อื่นอีกทีหนึ่ง ซึ่งหลาย ๆ คนก็มักจะแย้งขึ้นมาทันทีว่าทุกวันนี้ยังไม่พอกินพอใช้เลยแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเก็บเอาไว้ตั้ง 10% ซึ่งเรื่องนี้สำหรับมนุษย์เรานั้นเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก ๆ ที่เมื่อเราทำการหักเงินเอาไว้ก่อนทันทีเลยจำนวน 10% มนุษย์เรานั้นมีความสามารถที่จะใช้เงินที่เหลืออีก 90% ให้รอดพ้นไปในแต่ละเดือนได้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั่นก็เป็นเพราะ โดยปกติแล้วหากเราเห็นจำนวนเงินในกระเป๋ายังมีเหลืออยู่ก็มักจะนำไปจับจ่ายใช้สอยจนกว่าจะหมดเช่น ไปทานข้าวนอกบ้าน ซื้อของกุ๊บกิ๊บ ซื้อขนมขบเคี้ยว ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลไปว่าหักเงินไปออมก่อนแล้วจะไม่พอใช้ เพราะคนเราสามารถใช้เงินที่เหลืออยู่ให้พอใช้ได้ในท้ายที่สุด

อุปนิสัยที่ 3 ไม่มีเงินสำรองใช้ในยามจำเป็น  

ในข้อนี้จะเกิดขึ้นได้ก็เป็นผลพวงมาจากการแก้ไขในข้อที่ 1 และข้อที่ 2 ก่อนคือคุณจะต้องกำจัดหนี้เสียและเริ่มต้นออมขั้นต่ำอย่างน้อย 10% จนคุณมีเงินสำรองจำนวน 3 ถึง 6 เดือนเป็นอย่างน้อยของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน หรือเงินก้อนนี้จะดึงมาใช้ก็ต่อเมื่อคุณไม่มีรายได้เข้ามาเลยในช่วงนั้น ซึ่งหากคุณไม่มีเงินสำรองเลยมันส่งผลให้คุณมีความเครียดเป็นอย่างมาก ในช่วงเวลาที่คุณต้องดิ้นรนหาเงินมาให้ทันค่าใช้จ่าย เวลานั้นคุณต้องการหัวสมองที่ปลอดโปร่ง เพื่อคิดหาทางหาเงิน ดังนั้นหากคุณมีเงินสำรองเอาไว้เผื่อใช้จ่ายในยามที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยตลอด 3-6 เดือน คุณก็ยังคงมีเวลาที่จะคิดหาไอเดียในการทำเงิน แบบไม่ต้องเครียดจนเกินไปมัน มันจะช่วยให้คุณหัวโล่ง และหาทางออกได้ดีกว่าเดิมมาก

อุปนิสัยที่ 4 ไม่รู้ว่ารายได้หรือรายจ่ายมาจากที่ใดบ้าง  

มีคำกล่าวที่บอกเอาไว้ว่ารายจ่ายของคนเรานั้นจะเติบโตตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ความหมายก็คือเมื่อก่อนมีรายได้แค่เพียงสองหมื่นบาทบอกไม่พอใช้ แต่ตอนนี้มีรายได้ห้าหมื่นบาทก็ยังคงบอกไม่พอใช้อยู่ดี ไม่มีเงินเก็บเหมือนเดิม นั่นแสดงให้เห็นว่ารายจ่ายของเรานั้นมักจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ เพราะรายได้มากขึ้นไลฟ์สไตล์ก็เปลี่ยน ไปจนมากขึ้นมากขึ้น จนเกินตัว พอรู้ตัวอีกทีก็ถังแตกเป็นหนี้ก็โตซะแล้ว ดังนั้นให้คุณกำหนดงบประมาณในแต่ละเรื่อง ตั้งแต่แรกเลยว่าเมื่อได้เงินมาแล้วจะเอาไปใช้จ่ายที่ไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงเงินออมที่จะให้ตนเองเป็นอันดับแรกขั้นต่ำจำนวน 10% ก้อนนั้นด้วย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่รู้ตัวเลขอยู่แล้ว หรือตัวเลขที่พอจะประมาณการได้ว่าจะต้องใช้จ่ายเท่าไหร่บ้าง เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่ารถ ค่าน้ำค่าไฟ ค่ากิน ค่าของใช้ ค่าบัตรเครดิต ค่าท่องเที่ยว เป็นต้นฯ ซึ่งการทำให้ได้ตามงบประมาณที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นเดือนนั้น แม้มันจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย ไม่สนุกเอาซะเลย ขอให้คุณคิดว่ามันเป็นเกมส์ เกมส์หนึ่ง ที่หากคุณสามารถใช้จ่ายตามงบประมาณดังกล่าวได้ คุณก็จะมีเงินเหลือใช้มากกว่าปกติ เพราะหากคุณไม่กำหนดงบประมาณเอาไว้ ในระหว่างเดือนคุณจะเจอกับข้อความจากนักขาย นักการตลาด ถาโถมเข้าใส่เพื่อแย่งชิงดึงเงินจากกระเป๋าของคุณออกไปให้ได้ ดังนั้นหากคุณไม่มีการกำหนดงบประมาณไว้ตั้งแต่แรก คุณก็จะใช้จ่ายไปเรื่อยเปื่อย มารู้ตัวอีกทีเงินก็หมดกระเป๋าซะแล้ว แต่หากคุณสามารถทำงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ให้ได้ ก็เหมือนกับคุณชนะเกมการเงินด่านนี้ คุณก็ควรที่จะให้รางวัลกับตนเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เช่น ไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุด หรือซื้อของที่ชอบสักชิ้น ที่ไม่กระทบกับงบการเงินของคุณ

อุปนิสัยที่ 5 จ่ายภาษีมากเกินไป 

มีคำกล่าวว่ามีสองสิ่งที่คนเรานั้นหลีกหนีไม่พ้นก็คือความตายและภาษี แม้เป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วโหดร้ายแต่มันก็เป็นเรื่องจริง ในข้อนี้ถ้าคุณมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเสียภาษีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ถ้าคุณมีรายได้ที่สูง คุณจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของสิทธิในการลดหย่อนภาษีที่คุณสามารถใช้สิทธิ์นั้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นภาษีส่วนบุคคลก็ให้คุณไปดูว่าคุณมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีอะไรบ้างเช่น ลดหย่อนภาษีบุตร ลดหย่อนภาษีคู่สมรส ลดหย่อนภาษีการเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นต้นฯ แต่หากคุณเปิดบริษัทมีธุรกิจส่วนตัวเป็นนิติบุคคลก็จะมีเกณฑ์ถูกเก็บภาษีในอัตราที่น้อยกว่าแบบส่วนบุคคล โดยปกติแล้วอัตราภาษีแบบส่วนบุคคลนั้น ในประเทศไทยจะถูกเก็บสูงสุดอยู่ที่อัตราร้อยละ 35 ของรายได้ และรายจ่ายส่วนใหญ่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษี ในขณะที่แบบนิติบุคคล จะถูกเก็บภาษีสูงสุดอยู่ที่อัตราร้อยละ 20 และค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการทำบัญชี เพื่อส่งงบแก่สรรพากรให้ถูกต้องด้วย

อุปนิสัยที่ 6 มีงานอดิเรกที่ค่าใช้จ่ายสูง  

งานอดิเรกของคนส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งหญิงหรือชาย ถ้าเป็นผู้ชายก็อาจจะซื้อของเล่นโมเดลรูปปั้นราคาแพง ไม่ก็หมดไปกับการแต่งรถ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงหมดไปกับการซื้อเสื้อผ้า ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ซื้อรองเท้า ซื้อเครื่องสำอางเป็นต้นฯ ซึ่งโดยรวม ๆ แล้ว คนเราก็มักจะแพ้ให้กับข้อความทางการตลาดที่เหล่าบรรดาบริษัทระดับพันล้านหมื่นล้าน ต่างก็คิดวิธีต่าง ๆ นา ๆ เพื่อที่จะดึงเงินสดในกระเป๋าของเราออกไป ซึ่งเราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง จะไปสู้กับการตลาดจากบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ยังไงกัน ดังนั้นทางที่ดีเราควรอยู่ให้ห่างจากสื่อการตลาด แล้วไปใช้ชีวิตง่าย ๆ เช่น ไปปิกนิกใกล้ ๆ บ้านกับครอบครัว หรือดูหนังฟังเพลงอยู่บนโซฟาที่บ้านพยายามใช้ชีวิตไม่ติดหรูอยู่แพง พยายามใช้ชีวิตแบบประหยัดพอเพียงเข้าไว้

อุปนิสัยที่ 7 ไม่ลงทุนในเวลาที่ควรทำ  

จากที่ผ่านมาหากคุณผ่านช่วงออมเงินสำรองได้ 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายมาได้แล้ว ทีนี้คุณก็ยังคงเก็บเงินออม 10% จ่ายให้ตัวเองอยู่ แต่การที่ใส่เงินเอาไว้ในธนาคารมากเกินกว่านี้คุณจะเสียประโยชน์ เพราะการฝากเงินสดเอาไว้ในบัญชีธนาคารนั้น ก็รู้กันดีอยู่ว่าได้ดอกเบี้ยเงินฝากที่น้อยนิด แถมยังไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ ดังนั้นเงินสดในธนาคารจะมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยลดลงในทุก ๆ ปี สิ่งที่ควรทำคือ เงินส่วนเกินจากเงินเก็บสำรองนั้น คุณควรหาที่ลงทุนให้เงินงอกเงยขึ้นมาให้โดยเร็วที่สุด แต่ขึ้นชื่อด้วยคำว่าลงทุนนั้น ย่อมมีความเสี่ยงตามมาอยู่เสมอ ดังนั้นคุณจำเป็นที่ต้องศึกษาว่าตัวคุณเหมาะกับการลงทุนประเภทใดและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนตัวของ Sorelle เธอชอบลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมันจับต้องได้ มีความผันผวนต่ำ และสามารถใช้พลังทวีด้วยเงินทุนจากธนาคาร ที่เราสามารถวางเงินดาวน์เพียงเล็กน้อยแล้วที่เหลือก็ใช้เงินกู้จากธนาคารก็เริ่มต้นเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นได้แล้ว ส่วนการลงทุนในหุ้นหรือ bitcoin นั้น ส่วนตัวของเธอมองว่ามันเสี่ยงเกินไปสำหรับตัวเธอ ดังนั้นให้คุณศึกษาในสิ่งที่คุณจะลงทุนให้เชี่ยวชาญ และควรแยกกองเงินให้ชัดเจนว่า เงินก้อนไหนเอาไว้ใช้จ่าย เงินก้อนไหนเอาไว้ออม เงินก้อนไหนเอาไว้ลงทุน อย่านำมาปนกัน

อุปนิสัยที่ 8 ปล่อยให้เงินรั่วไหล  

คุณอาจจะลองนึกถึงเวลาที่ก๊อกน้ำภายในบ้านของคุณมันหยดติ๋ง ๆ ที่ดูเหมือนว่ามันจะหยุดทีละเล็กทีละน้อย แต่พอลองเอาถังน้ำมารองก๊อกน้ำนั้น ผ่านไปไม่นานมันกลับมีน้ำเกือบเต็มถัง มันก็เหมือนกับการที่มีค่าใช้จ่ายที่รั่วไหลออกจากกระเป๋าตังค์คนทีละเล็กทีละน้อยทีดูเหมือนว่าจะไม่มากมายอะไรแต่พอนาน ๆ ไปก็เป็นเงินหลายบาทอยู่ แถมไม่ได้รั่วอยู่ก๊อกเดียวซะด้วย ตัวอย่างเช่น คุณสมัครสมาชิกดูหนังเอาไว้เล่นมาซะทุกเจ้าเลยไม่ว่าจะเป็น netflix, Disney Plus ฯลฯ พอผ่านไปเดือนนึงกลับพบว่าแทบไม่ได้ดูหนังสักเรื่อง ดังนั้นหากช่วงไหนที่ยังไม่ได้ใช้งานก็ยกเลิกสมาชิกไปก่อนก็ได้ หรือสมัครเจ้าเดียวก็พอแล้วไม่ต้องเหมาหมดทั้งวงการ หรืออย่างในกรณีที่คุณมีบัญชีธนาคารหลายเจ้า บัญชีใดที่ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเดบิต หรือบัตร ATM ก็ให้ยกเลิกไปซะ เพราะบัตรเหล่านี้มีค่าธรรมเนียมตลอด หรือบริการ SMS หลายบริการ หากไม่ได้ใช้งานก็ให้ยกเลิกซะ แล้วบางคนจะแปลกใจว่าจู่ ๆ ทำไมมีเงินเหลือเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก

อุปนิสัยที่ 9 ไม่สนใจเรื่องของการเงิน   

Sorelle บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามหากเราไม่ได้สนใจมัน มันก็ยากที่เราจะทำได้ดีในเรื่องเหล่านั้น เช่นเดียวกันกับเรื่องของการเงิน หากเราไม่ได้สนใจมัน เราก็จะทำได้ไม่ค่อยดีในเรื่องของการเงิน และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องของการเงินซะด้วย ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นบางคนกลับมองว่าเงินเป็นสิ่งชั่วร้าย อย่าไปยุ่งกับมัน นั่นยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ซึ่งจริงอยู่ว่าเงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคนเรา แต่เกือบทุกอย่างในชีวิตของคนเรานั้นกลับต้องใช้เงิน ดังนั้นหากเรายังคงใช้ชีวิตอยู่ในโลกทุนนิยม เราก็คงจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในการช่วยดำเนินชีวิตให้ง่ายขึ้น เพราะคงไม่มีธนาคารแห่งใดบนโลกใบนี้ รับเงินฝากด้วยใบไม้แทนเงินสด และคงไม่มีร้านค้าร้านไหนรับชำระด้วยการส่งตาหวานเพื่อแลกกับสินค้า ดังนั้นหากในชีวิตของเราสามารถควบคุมเรื่องเงินได้เป็นอย่างดี มันก็จะช่วยส่งเสริมให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น Enjoy กับการใช้ชีวิตได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง 

และนี่ก็คือ 9 นิสัยการเงินที่แย่เลิกแล้วรวยโดย Sorelle Amore  เพื่อนๆอ่านแล้วเปนอย่างไรกันบ้าง  สามารถปรับนิสัยเหล่านี้ออกไปได้บ้างไหม โดยรวมแล้วก็คืดการแนะนำการจัดการความคิด และการบริหารเงินของตัวเราให้ลงตัวขึ้น ซึ่งการมาเล่นเดิมพันก็เช่นกันควรมีการจัดการที่ดี จัดสรรปันส่วนเงินในการเล่นให้ดี ได้มาแล้วก็แบ่งส่วนออมบ้าง ไม่ควรทุ่มทั้งหมดทุกครั้งที่เล่น หรือการไม่นำเงินส่วนอื่นที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาเล่นมันจะเป็นการกระทบเงินในส่วนอื่นๆ แล้วเพื่อน  ๆจะมีปัญหาภายหลังได้ ก็เป็นความหวังดีจาก ทางเว็บเดิมพันออนไลน์ สล็อต เครดิตฟรี ไม่มี เงื่อนไข กับทางเราเว็บพนันออนไลน์ที่ เครดิตดี โอนไว สมัครง่าย เป็นเว็บตรง รองรับทั้ง iOS  และ Android 

สนใจเดิมพัน สมัครได้เลยที่ : สล็อตออนไลน์ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :: Blue O’Clock